จุดความคิด แห่งการศึกษา ค้นคว้า ทดลอง เพื่อก่่อให้เกิดการพัฒนา และ นำไปใช้เกิดให้ประโยชน์
..... กาแฟโรบัสต้า ..Robusta Coffee
....กาแฟสายพันธุ์โรบัสต้า ในประเทศไทยมีพื้นที่เพาะปลูกอยู่ทางแทบภาคใต้ของประเทศ ซึ่งถือเป็นแหล่งเพาะปลูกที่สำคัญและให้ผลผลิตมากที่สุด เพราะทางภาคใต้ มีสภาพอากาศที่ร้อนชื้นและฝนตกชุก มีอุณหภูมิูระหว่าง 25 - 34 องศาเซลเซียส จึงเป็นพื้นที่เพาะปลูกที่ี่เหมาะสำหรับการเพาะปลูกกาแฟโรบัสต้า โดยมีแหล่งเพาะปลูกที่สำคัญอยู่ที่จังหวัดชุมพร , ระนอง , สุราษฎร์ธานี , กระบี่ และ นครศรีธรรมราช
.....ผลผลิตกาแฟโรบัสต้า มีผลผลิตประมาณ 90 - 92 % ต่อปี มากกว่ากาแฟอาราบิก้าหลายเท่า เพราะมีพื้นที่เพาะปลูกที่เหมาะสมอยู่มาก จึงทำให้มีผลผลิตกาแฟโรบัสต้าจำนวนมาก และ มีมากเกินกว่าความต้องการบริโภคของนักดื่มกาแฟในประเทศ ที่ต้องการบริโภคกาแฟอาราบิก้ามากกว่า

.....รสชาติของกาแฟ มีความโดดเด่นในเรื่องของรสชาติขมเข้ม หนักแน่น และมีกลิ่นหอมออกสาป ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของกาแฟโรบัสต้า ซึ่งเกิดจากกระบวนการผลิตกาแฟแบบแห้ง
....กาแฟสายพันธุ์โรบัสต้า จะเริ่มให้ผลผลิตหลังจากทำการเพาะปลูกในช่วงอายุปีที่ 3 ซึ่งขึ้นอยู่กับลักษณะการเพาะปลูก การดูแลเอาใจใส่่ ของเกษตรกรในแต่ละพื้นที่การเพาะปลูก
....กาแฟ เริ่มออกดอกตั้งแต่เดือนสิงหาคม ดอกที่ออกมีลักษณะคล้ายดอกมะลิป่า เป็นพุ่มใบยาว และ มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ซึ่งดอกที่ออกจะออกเป็นพุ่มติดบนกิ่งแบบนอนกิ่ง หลังการผลิดอก ก็จะออกผลสีเขียวจนกลายเป็นผลกาแฟสุก ที่เปลี่ยนสีจากสีเขียว เป็นสีส้มอมแดง จนถึงสีแดงสด จึงทำการเก็บเกี่ยว โดยใช้แรงงานคนในการจัดเก็บผลกาแฟ ซึ่งจะเลือกเก็บเฉพาะผลกาแฟสุกที่มีสีส้มอมแดง ถึง สีแดงสด เท่านั้น
ในการจัดเก็บจะแบ่งทะยอยการจัดเก็บผลกาแฟสุก ประมาณ 3 - 4 ครั้ง เพราะผลกาแฟนั้นสุกไม่พร้อมกัน โดยใช้ระยะในการเก็บผลกาแฟเว้นระยะประมาณ 7 - 15 วัน
....หลังการเก็บเกี่ยวผลกาแฟสุก ก็จะมาสู่กระบวนการผลิตเพื่อการแปรรูปกาแฟโรบัสต้า ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการทำกาแฟให้มีคุณภาพของรสชาติและกรุ่นกลิ่นหอมอีกขั้นตอนหนึ่ง
....กาแฟสายพันธุ์โรบัสต้า ใช้ระบบการผลิตแบบแห้ง (การตากแห้ง) เป็นวิธีการผลิตแบบดั่งเดิม ยังไม่มีผู้สนับสนุนหรือผู้ลงทุนและพัฒนาที่จริงจัง มาส่งเสริมหรือประกันราคาในการทำกาแฟโรบัสต้าแบบเปียกให้กับเกษตรกรอย่างจริงจังและจริงใจ เกษตรกรส่วนใหญ่จึงทำการแปรรูปแบบแห้งกันเรื่อยมา ซึ่งส่งผลให้กาแฟโรบัสต้ามีคุณภาพต่ำ ด้อยที่รสชาติและกรุ่นกลิ่นหอม อันเกิดจากวิธีการผลิตแบบแห้ง จึงทำให้ราคาโรบัสต้ามีราคาถูก และไม่ค่อยได้รับความนิยมจากนักดื่มกาแฟมากนัก ซึ่งมีขั้นตอนการผลิตดังต่อไปนี้

....การเก็บเกี่ยว...
หลังจากการเก็บเกี่ยวผลกาแฟสุกที่มีสีส้มอมแดงถึงสีแดงสด จะนำผลกาแฟมาล้าง และคัดผลดีผลเสียในบ่อน้ำที่ใช้สำหรับคัดเลือกผลกาแฟ ในการคัดเลือกจะเลือกเฉพาะผลกาแฟที่จมน้ำ ซึ่งเป็นผลกาแฟที่มีความสมบูรณ์

....การตากหรือทำแห้ง...ผลกาแฟที่ผ่านการล้างทำความสะอาดแล้ว จะถูกนำเทลงลานตากซีเมนส์ ที่ทำความสะอาดแล้ว โดยรองด้วยตาข่ายกันแสงแดดสีฟ้า (เพื่อง่ายต่อการขนย้ายในช่วงที่ฝนตก) และเกลี่ยผลกาแฟให้กระจายทั่วพื้นที่ตากโดยมีความหนาประมาณ 3 - 5 ซ.ม. จากนั้นคอยเกลี่ยและกลับผลกาแฟที่ตากประมาณ 2 - 3 ครั้ง ต่อวัน เพื่อไม่ให้กาแฟเกิดกลิ่นหมักมากนัก (เกิดจากการทับถมของผลกาแฟสุก) และทำให้ผลกาแฟแห้งเร็วโดยใช้ระยะเวลาในการตากประมาณ 15 - 20 วัน
ซึ่งขึ้นอยู่กับสภาพภูมิอากาศของสถานที่ ผลกาแฟแห้งที่จะเก็บควรมีความชื้นประมาณ 13- 14 %
....การบรรจุ...กาแฟแห้ง จะอยู่ในรูปของผลกาแฟที่มีเปลือกแห้ง แข็งหุ้มอยู่ (เกิดจากการตากแห้ง) จะช่วยป้องกันความชื้น ป้องกันแมลง และรักษาเนื้อกาแฟ ผลกาแฟแห้ง จะถูกบรรจุในกระสอบป่าน ที่ใหม่ แห้งสะอาด ไม่มีกลิ่นอับติดกระสอบ และควรจัดเก็บในโรงเก็บที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก ไม่มีความอับชื้นกลิ่นเหม็นรบกวน เพื่อรอเวลานำไปกระเทาะหรือสีเป็นสารกาแฟต่อไป
....การกระเทาะหรือสีกาแฟ...เมื่อได้เวลาที่ต้องการใช้ ผลกาแฟแห้งจะถูกนำมากระเทาะหรือสีเปลือก ออกด้วยเครื่องสีกาแฟ จะได้สารกาแฟที่มีผิวสีเหลือง สีน้ำตาลอ่อน และบางส่วนอาจมีสีดำ แล้วจะนำไปคัดเกรดกาแฟแล้วเข้าสู่กระบวนการผลิตกาแฟต่อไป


Horizon café 2/3 moo 14 Bangna-Tard km. 6.5 Road , Bangkeaw ,
Bangplee , Samutprakarn 10540 Mobile : 089-459-5647
© 2006 Horizon Caf
é All rights reserved . E-mail : horizon@horizoncafe.com